| 個人檔案ZILVER 100%相片部落格清單 | 說明 |
|
21 July รอยเท้าข้างเดียวของลีนานาทีแรกที่ ลีนา มาเรีย คลิงวัลล์ ลืมตาดูโลก เธอไม่รู้ว่าเธอไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ
นาทีแรกที่บิดาของ ลีนา มาเรีย คลิงวัลล์ เห็นเธอ เขารู้ว่าชีวิตของเธอจะไม่เหมือนกับของเด็กคนอื่นๆ อย่างแน่นอน ทารกน้อยเกิดมาไม่มีแขน มีขาสมบูรณ์เพียงข้างเดียว แต่บิดาของเธอเอ่ยขึ้นเมื่อแรกเห็นเธอว่า "มีแขนหรือไม่มีแขน เธอก็ต้องการบ้านนั่นแหละ" ลีนา มาเรีย คลิงวัลล์ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1968 ที่สวีเดน อยู่ในบ้านที่อบอุ่นและเปี่ยมความรัก ไม่ใช่ความสมเพช ครอบครัวของเธอเป็นชาวคริสต์ พ่อแม่เลี้ยงลีนาอย่างเด็กปกติ หากการเกิดมาเป็นคนพิการเป็นความโชคร้าย การเกิดในครอบครัวที่มองโลกในด้านดี ก็เป็นโชคดีของเธอ พ่อแม่ของลีนามอบแต่ความรัก ไม่ใช่ความสงสาร ลีนาเรียนว่ายน้ำเมื่ออายุสามขวบ เรียนปักร้อยเมื่ออายุสี่ขวบ ตัดเย็บเสื้อผ้าเมื่อห้าขวบ เธอใช้ขาข้างเดียวของเธอทำทุกอย่างเช่นคนทั่วไป แม้จะยากกว่า พ่อแม่สอนให้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และลงมือทำทุกอย่างที่อยากทำ เมื่ออายุสิบห้า เธอติดทีมชาติว่ายน้ำของสวีเดน และสามปีต่อมาก็คว้าสี่เหรียญทองในการแข่งขันเวิร์ล คัพ เธอยังฝึกขับรถ และได้รับใบขับขี่เมื่ออายุสิบเก้า ตั้งแต่เด็ก เธอไม่ต้องการให้ใครปฏิบัติเธอพิเศษกว่าคนอื่น เธอบอกว่า "ฉันอยากรื่นรมย์ในสิ่งที่ฉันทำได้มากกว่าคร่ำครวญในสิ่งที่ฉันทำไม่ได้" เธอร้องเพลง เล่นดนตรี วอลลีย์บอล ดำน้ำ ขับรถ แข่งกีฬาโอลิมปิกคนพิการ และแต่งงาน เธอทำอาหารเอง เปิดกระป๋องด้วยเท้า ใช้เท้าเล่นเปียโน วาดภาพ ขับรถไปซูเปอร์มาร์เก็ต จ่ายเงินโดยใช้ปากและหัวไหล่ เธอไม่เพียงแต่ร้องเพลง เธอยังแต่งเพลง และโดยที่ไม่มีใครเชื่อ เธอก้าวไปจนถึงถึงการร้องเพลงเป็นอาชีพ เธอจัดคอนเสิร์ตดนตรีในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เธอบอกว่า "ฉันไม่เคยรู้สึกเศร้าเกี่ยวกับสภาพทางกายภาพของฉัน ฉันไม่คิดว่ามันเป็นโศกนาฏกรรมเลยแม้แต่นิด ไม่มีใครบอกว่าฉันสมควรรู้สึกแย่เกี่ยวกับมัน" ไบเบิลบทที่เธอชอบที่สุดคือ Psalm 139 : "ข้าเชื่อด้วยว่า สำหรับเขา มันไม่ใช่หน้าตาของข้า ไม่ใช่รูปร่างของข้าที่สำคัญที่สุด" หลังจากเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับชีวิตของเธอ ชื่อ Footnotes เธอบอกเราว่า "ตัวตนภายในของฉันไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นๆ เลย" โลกเราเต็มไปด้วยขอทานมือไม้สมบูรณ์ หลายคนใช้ความพยายามทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร ตั้งแต่การใช้ผ้าพันแผล พลาสเตอร์ปิดแผล แกล้งตาบอด ไปจนถึงการใช้ทารกน้อยมาประกอบฉาก ความพิการของมนุษย์เกิดขึ้นต่อเมื่อใจของคนผู้นั้นพิการตามร่างกายไปด้วย ความเป็นมนุษย์มิได้วัดกันที่หน้าตา แต่ที่ขนาดของหัวใจ คนที่ร่างกายไม่ครบสามสิบสอง แต่จิตใจเต็มร้อย ก็เดินไปถึงจุดหมายได้ แม้ด้วยเท้าข้างเดียว บางทีตั้งแต่นาทีแรกที่ ลีนา มาเรีย คลิงวัลล์ ลืมตาดูโลก เธออาจรู้ว่าเธอไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เธอต่างจากคนหลายๆ คนตรงที่เธอเดินต่อไป แม้ด้วยเท้าข้างเดียว วินทร์ เลียววาริณ 26 April นางในฝันวิชาศีลธรรมในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนค่อนข้างน่าเบื่อ ยังโชคดีที่มีตำนานสนุกๆ แทรกเข้ามาบ้าง ดังเช่นเรื่องนี้ ปุณณวัฒนกุมารเป็นบุตรชายของเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองสาวัตถี พ่อแม่อยากให้แต่งงาน แต่แกไม่ยอมแต่งเสียที เมื่อทนรบเร้าไม่ได้ ก็ตั้งข้อเสนอว่าหากหาหญิงสาวที่มีคุณสมบัติห้าอย่างนี้มาได้ เขาจึงจะยอมแต่งงาน สเป็คฯที่ว่านี้เรียกว่า เบญจกัลยานี อันได้แก่
1 เกสกลฺยาณํ ผมงาม คือ หญิงผู้มีผมยาวถึงสะเอวแล้วปลายผมงอนขึ้น 2 มงฺสกลฺยาณํ เนื้องาม คือหญิงผู้มีริมฝีปากแดงดุจผลตำลึงสุกและเรียบชิดสนิทกันดี 3 อฏฐิกลฺยาณํ กระดูกงาม คือหญิงผู้มีฟันสีขาวประดุจสังข์ และเรียบเสมอกัน 4 ฉวิกลฺยาณํ ผิวงาม คือหญิงผู้มีผิวกายงามละเอียดสวยงาม 5 วยกลฺยาณํ วัยงาม คือ หญิงผู้ที่แม้จะคลอดบุตรกี่ครั้ง ก็ยังคงเต่งตึงไม่หย่อนยาน อืม! ไม่ขอมากเลยนะ สังเกตว่าทั้งห้าข้อเป็นคุณสมบัติทางกายภาพทั้งสิ้น ตำนานเล่าต่อไปว่า ฝ่ายพ่อแม่ก็ไม่ย่อท้อ ส่งพราหมณ์ไปเป็นแมวมองค้นหาหญิงสาวตามสเป็คฯนี้จนพบเข้าคนหนึ่งในเมืองสาเกต ชื่อนางวิสาขา ยามนั้นนางวิสาขาพร้อมทั้งหญิงบริวารออกมาเที่ยวเล่นกัน ฝนเทลงมาอย่างหนัก หญิงบริวารทั้งหลายพากันวิ่งหลบหนีฝนเข้าไปในศาลา แต่นางวิสาขายังคงเดินด้วยฝีเท้าปกติ พราหมณ์แมวมองรู้สึกแปลกใจยิ่ง ถามนางว่า "ทำไมเธอจึงไม่วิ่งหลบหนีฝนเหมือนกับหญิงอื่นๆ ?" คำตอบของนางคือ เป็นหญิงสาววิ่งแล้วดูไม่งาม หากหกล้มอาจเสียโฉมพิการ หมดคุณค่าไป (ความจริงนางตอบยาวกว่านี้มาก) แสดงว่านางวิสาขาไม่เพียงแต่สวย ยังฉลาดด้วย นับว่าเป็นความโชคดีของปุณณวัฒนกุมารที่นางวิสาขามิได้กำหนดสเป็คฯ 'เบญจบุรุษ' ด้วย ก่อนส่งตัว บิดาของนางวิสาขาเรียกนางไปให้โอวาทสิบประการ เชื่อแน่ว่าตัวละครในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ในสมัยหนึ่งที่ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างแม่ผัว-ลูกสะใภ้คงไม่เคยปฏิบัติตามโอวาทสิบประการนี้ แม่ผัวกับลูกสะใภ้จึงทะเลาะกันในละครมานานหลายสิบปี หลายคนในสมัยนี้คงบอกว่า โอวาทสิบประการนี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิสตรีอย่างยิ่ง เป็นการอบรมสร้าง 'ช้างเท้าหลัง' อย่างแท้จริง พูดสั้นๆ คือบทบาทของหญิงเป็นเพียงทาสรับใช้ชายเท่านั้น ทว่าเราคงใช้ข้อแม้ทางสังคมในยุคอินเทอร์เน็ตเป็นมาตรวัดพฤติกรรมคนในสมัยสองพันห้าร้อยปีก่อนไม่ได้ คำถามที่น่าสนใจมากกว่าคือ มาถึงพ.ศ.นี้ มีข้อใดในโอวาทสิบประการนี้ที่ยังใช้ได้ หรือว่าล้าสมัยไปหมดแล้ว? ดูเหมือนเหลืออยู่ไม่กี่ข้อที่ว่าด้วยการไม่เป็นคนขี้นินทาและมีเมตตา ส่วนการบริโภคอาหารหลังสามีและพ่อผัว แม่ผัว ออกจะเป็นเรื่องที่ไม่ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอย่างไรพิกล สังคมปัจจุบันต้องการ 'โอวาทสิบประการ' เสมอ แต่มันเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆ ในสภาพสังคมที่เงินทองหายาก ภรรยาจำนวนมากต้องออกหาเงินนอกบ้านอีกแรงหนึ่งด้วย กระนั้นสามีหลายคนยังคาดหวัง (ด้วยความโลภ) ว่า บทบาทของ เบญจกัลยานี ต้องไม่ลดลง พูดง่ายๆ ว่า หญิงสาวนอกจากต้องทำงานนอกบ้านหาเงินมาช่วยด้านการเงินแล้ว ยังต้องดูแลเรื่องการกินอยู่ ซักผ้า ล้างจานด้วย จึงจะเป็นยอดภรรยา ผ่านมาหลายพันปี สเป็คฯของผู้ชายเราไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ เอาแต่ได้จริงๆ ! อาจจะจริงอย่างที่คนโบราณว่า เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก เพราะโลกนี้ยังเป็น ปิตาธิปไตย จริงๆ ชายยังคาดหวังว่าหญิงต้องเป็นคนดูแลตน ส่วนหญิงจำนวนไม่น้อยก็ยังตกอยู่ในกับดักของความเชื่อที่ว่า ต้องเอาใจชาย มิเช่นนั้นเขาอาจเปลี่ยนใจ การเอาใจส่วนหนึ่งก็คือการรักษาสภาพร่างกายของตนเองให้มีเสน่ห์ยวนใจเสมอๆ เราก็จึงยังเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยยาลดความอ้วน การดูดไขมัน เพื่อเอาใจชาย ด้วยความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มัดใจชายได้ แต่หาก 'คุณค่า' เหล่านี้เป็นตัวมัดชายจริง หญิงสาวเหล่านั้นจงระวังด้วยว่า วันหนึ่งเมื่อสเป็คฯนี้หมดอายุ เขาก็ไปหาคนใหม่ได้ คุณค่าของหญิงไม่น่าจะใช่การมีริมฝีปากแดงดุจผลตำลึงสุก ฟันสีขาวประดุจสังข์ หรือการที่คลอดลูกกี่ครั้งยังเต่งตึง เบญจกัลยานี น่าจะหมายถึงคนที่ยืนหยัดเคียงคู่สามี ไม่ใช่เดินตาม เป็นเพื่อนไม่ใช่ทาส เอาใจแต่ไม่ตามใจ อ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ สเป็คฯทางกายหมดอายุเร็วกว่าสเป็คฯทางใจนัก
วินทร์ เลียววาริณ 2 March คลายเครียดพรรคไม่ยอมเปลี่ยนแปลง by โต้ ชีริ๊ก
ฮู... ฮ้า...
ฟ้ายังมีวันแจ่ม แหม่มยังมีวันท้อง สลากยังมีวันออก จะลาออกตอนนี้ไม่มีทาง! น้ำมันยังไม่หมด รถเราไม่เคยล้าง แต่หากจะให้ล้างมือ หมดจนต้องออกไปไม่มีทาง! นึกถึงเหตุการณ์วันตั้งพรรคกัน มันยังเอียนในหัวใจ อยากบอกตัวเอง ยุบพรรคเสียที แล้วลาไป แต่ทำไมใจมันไม่ตามใจ ไทยรักไทยยังรั้งเรา เปลี่ยนตัวเองใหม่จากไทยระทม แต่เปลี่ยนยังไงทำไมพรรคยังเป็นเหมือนเดิม โฮ้...พรรคไม่ยอมเปลี่ยนแปลง หน้าดันเป็นเหลี่ยม เหลี่ยมจนคนไม่คบ ละครไม่เคยดูจบ แต่หากจะให้จบแบบนี้ไม่มีทาง ร้านยังมีวันปิด ปิดยังมีวันมิด แต่หากจะให้ซุกปิด ปิดจนให้มิดชิดไม่มีทาง นึกถึงเหตุการณ์วันตั้งพรรคกัน มันยังเอียนในหัวใจ อยากบอกตัวเอง ยุบพรรคสักที แล้วลาไป แต่ทำไมใจมันไม่ตามใจ ไทยรักไทยยังรั้งเรา เปลี่ยนตัวเองใหม่จากไทยระทม แต่เปลี่ยนยังไงทำไมพรรคยังเป็นเหมือนเดิม โฮ้...พรรคไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โฮ้...พรรคจะอยู่อย่างนี้ อยู่อย่างนี้ ได้ยินไหม จะรั้งเรามากแค่ไหน ได้ยินไหม เข้าใจไหม พรรคไม่ยอมเปลี่ยนแปลง. . . . 13 February วันเสียตัว14 กุมภาพันธ์ สมัยผมยังเป็นเด็กไม่มีความหมายพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น 14 กุมภาพันธ์เวลานี้เป็นวันยอดฮิตที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
14 กุมภาพันธ์กลายเป็นสัญลักษณ์สากล เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกมอบดอกไม้ คุกกี้ ช็อคโกแลต และของขวัญให้คนที่รัก ตำนานวันวาเลนไทน์มีหลายสาย แต่ไม่มีการยืนยันแน่ชัดสักเรื่อง ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์เป็นนักบวชในสมัยศตวรรษที่ 3 ในโรม เมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองทรงตัดสินพระทัยว่า ควรเกณฑ์ชายโสดเป็นทหารมากกว่าใช้คนที่มีครอบครัวแล้ว เพื่อเพิ่มจำนวนทหารหนุ่มในกองทัพ พระองค์จึงทรงทำให้การแต่งงานของคนหนุ่มเป็นเรื่องผิดกฎหมาย วาเลนไทน์ไม่พอใจกฎหมายนี้ เขาประกอบพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวอย่างลับๆ เมื่อจักรพรรดิพบความจริง นักบวชวาเลนไทน์ก็ถูกประหาร ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ช่วยพาพวกคริสเตียนหนีออกจากคุกโรมัน จึงถูกประหาร อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์หลงรักหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสาวผู้คุมในคุก ก่อนตายเขาเขียนจดหมายถึงเธอ โดยเซ็นลงท้ายว่า 'From your Valentine' ซึ่งกลายเป็นวลีฮิตที่ใช้จนทุกวันนี้ ไม่ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร ผู้คนก็ยินดีโอบรับเวอร์ชั่นที่ว่า เขาเป็นเทพแห่งความรัก จึงไม่น่าแปลกใจก่อนสิ้นยุคกลาง วาเลนไทน์ก็กลายเป็นนักบุญเป็นสัญลักษณ์ที่คนนิยมที่สุดในอังกฤษ ฝรั่งเศส และก่อนหมดยุคสหัสวรรษที่สอง วาเลนไทน์ก็กลายเป็นสินค้าที่การตลาดใช้ในการขายของผ่านคำว่า 'รัก' วันวาเลนไทน์ถูกดัดแปลงไปตามมุมต่างๆ ของโลก ในประเทศญี่ปุ่น วาเลนไทน์เป็นวันที่ผู้หญิงมอบของขวัญให้ชายเท่านั้น (ของขวัญสามในสี่เป็นช็อคโกแลต) ผู้ชายจะให้ของขวัญแก่หญิงในอีกหนึ่งเดือนถัดมาคือ วันที่ 14 มีนาคม วันที่เรียกว่า White Day วันสีขาวนี้เป็นผลงานการประดิษฐ์ทางการตลาดของชาวญี่ปุ่น เกิดมาจากบริษัทผลิตมาร์ชเมลโลว์ขาวแห่งหนึ่งในราวปี 1960 ผู้คนมอบมาร์ชเมลโลว์สีขาวแก่กัน ต่อมาก็ขยายวงมอบสิ่งอื่นๆ รวมทั้งดอกไม้และช็อคโกแลต ทั้งสองงานเป็นที่นิยมของวัยรุ่นอายุต่ำกว่ายี่สิบ ใช่ เรื่องโรแมนติคขายได้เสมอ หนังรัก เพลงรัก ตำนานรักยิ่งทำให้ผู้คนโหยหาความรัก เมื่อรักกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว ช่วงหลายปีนี้มีข่าวออกมาเสมอว่า หญิงสาวบ้านเราจำนวนหนึ่งยินดีสละ 'สิ่งหวงแหน' ในวันแห่งความรักนี้ หญิงสาวบางคนบอกว่า ควรที่จะ 'ตอบแทน' เพื่อนชายบ้าง ในเมื่อเขามอบของขวัญแก่เธอในวันแห่งความรัก ขณะที่หนุ่มสาวหลายคู่ตัดสินใจมีบทอัศจรรย์ในวันนี้ ช่างเป็นวันอัศจรรย์ยิ่ง! ผมเกิดมาในรุ่นที่พ่อแม่สั่งสอนอย่างเข้มงวดว่า ชายหญิงไม่ควรจับมือถือแขนกัน สตรีต้องรักษาพรหมจารีจนถึงวันสมรส ผู้ใหญ่ใช้คำว่า 'เสียตัว' ในนัยว่าเป็นการสูญเสียของสตรี หากผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ถือว่า 'ได้' ขณะที่สตรีเป็นฝ่าย 'เสีย' ทว่าการเดินทางและใช้ชีวิตในหลายสังคมหลายประเทศ เปิดโอกาสให้ผมมองโลกและเข้าใจความเป็นมนุษย์ว่า มนุษย์ทุกปัจเจกสมควรมีเสรีภาพ การมีเพศสัมพันธ์เป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง สังคมแต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน การเผยให้ชายเห็นท่อนขาในยุคโบราณเป็นเรื่องเลวร้าย ในบางยุคการที่สตรีสวมชุดว่ายน้ำเป็นเรื่องรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง มิพักเอ่ยถึงการตั้งท้องก่อนแต่งงาน คนรุ่นพ่อของผมคงช็อกตายเมื่อเห็นมิวสิควิดีโอยุคปัจจุบันที่แสดงท่าเต้นเชิงสังวาสอย่างโจ่งแจ้ง ใช่ สังคมเปลี่ยนไป ค่านิยม 'ได้' กับ 'เสีย' เป็นเรื่องล้าสมัย แต่เสรีภาพก็นำเรามาถึงจุดที่การแสดงออกทางเพศมากเกินไปเป็นเรื่องน่าเบื่อ โลกบริโภคนิยมผูกกับคำว่า เซ็กส์ จนแยกไม่ออก ข่าววันนี้บอกว่า ปีที่ผ่านมาทารกแรกเกิดชาวไทยจำนวน 800 คนถูกทอดทิ้งที่หน้าโรงพยาบาล ถึงจุดๆ หนึ่งเราก็อดหันกลับไปมองมุมมองของคนรุ่นเก่าอีกครั้ง มันเป็นเรื่องคร่ำครึจริงๆ หรือ? เป็นไปได้ไหมที่คุณค่าในอดีตมีความหมายกว่า 'ชายหญิงไม่ควรจับมือถือแขนกัน' ? บางทีการที่สังคมไทยรุ่นเก่าบอกให้สตรีหวงเนื้อหวงตัว มิใช่เพราะขาดเสรีภาพทางเพศ หลักฐานมีอยู่ทั่วไปในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิม สตรีไทยในอดีตเปลือยร่างท่อนบน สังคมเก่ามองเรื่องพศเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย การสลักสัญลักษณ์ทางเพศในปลัดขิก เครื่องบูชา เป็นเรื่องปกติ บทเพลงแห่นางแมวขอฝนของคนโบราณก็เต็มไปด้วยศัพท์แสงทางเพศสัมพันธ์ บางทีสิ่งที่ผู้ใหญ่พยายามบอกผ่านคำสอน 'หวงเนื้อหวงตัว' ก็เพราะเข้าใจสัจธรรมหนึ่งของมนุษย์ว่า "อะไรที่ได้มาง่ายมักไม่มีค่า" เงินทองที่ได้มาง่ายมักถูกจับจ่ายไปอย่างรวดเร็ว ชายที่ได้หญิงมาง่ายๆ มักเกิดความรู้สึกว่าหญิงนั้นไม่มีค่า ใช่ไหมว่านี่เป็นเหตุผลว่า การ 'หวงเนื้อหวงตัว' เป็นการลดปัญหาสังคมที่ตามมาจากการที่ชายเห็นหญิงเป็นสิ่งไม่มีค่า? ความรักไม่ใช่การค้าขาย ไม่ใช่เรื่องของ 'เสีย' หรือ 'ได้' พรหมจารีก็ไม่ใช่ 'ของขวัญ' อย่างช็อคโกแลตหรือมาร์ชเมลโลว์ การ 'เสียตัว' ไม่ใช่เรื่องสกปรก ไม่ใช่เรื่อง 'เสีย' พรหมจารีไม่ใช่ตัวกำหนดชะตาชีวิต และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นหลังพิธีแต่งงาน มันเป็นเรื่องสวยงามหากใช้มันอย่างมีความหมายและคุณค่าทางใจ แต่หากคิดเพียงจะตามค่านิยมไปอย่างหลับหูหลับตา ก็เท่ากับ 'เสียตัว' ทางความคิดไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจเสียหายกว่าการเสียสิ่งหวงแหนอย่างเดียว วินทร์ เลียววาริณ www.winbookclub.com 11 กุมภาพันธ์ 2549 16 January ดวงชะตาวันเสาร์วันเสาร์
คนเกิดวันเสาร์มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจจนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยวหนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันเสาร์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุมมีระบบระเบียบเป็นคนตรงหัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันเสาร์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบ แต่ก็รู้จักยับยั้งใจไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันเสาร์จะแค่มอง รู้สึกชอบส่งยิ้มไปบ้างแต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณเป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ คนวันเสาร์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอกับความสุขุม ทรนง อดทน มุ่งมั่น ใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลายแต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหรา ใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือก คนวันเสาร์จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันเสาร์ถูกใจใครจะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจ เรื่องความเหมาะสมกันคุณก็คิดมากกว่าคนวันเกิดใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น ถ้าอีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัย จะมีหรือไม่นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันเสาร์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆไม่ค่อยมีหรอกนอกจากจะสับสนกับตัวเอง . .
.
.
.
.
โอย มันโด๊น โดน จริงๆ เล้ย . . . . 4 January Happy New YearHappy New Year 2006
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คน
สิ่งไม่ดีก็ขอให้ผ่านพ้นไป ปีใหม่มาขอให้พานพบแต่ความโชคดีมีสุข
ขอให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ให้ให้สุขภาพแข็งแรง
ใครเรียนขอให้ได้เกรดดีๆ ใครทำงานขอให้มีความสุขกับงาน
ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน
9 December รับปริญญาและแล้ววันที่รับปริญญาก็มาถึง
ตื่นเต้น ภูมิใจ + เหนื่อย เมื่อย ง่วง หิว
ก็ต้องทนกันไป ทนนิดหน่อยเพื่อรอคอยบางสิ่ง
บางสิ่งซึ่งเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่รอมานานหลายปี
มีงานนี้ก็ดี ได้เจอเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานเป็นครึ่งปีได้
คิดๆ แล้ว เฮ้ย มันเร็วเหมือนกันนะเนี่ย เร็วเป็นบ้าเลย
เพิ่งจะเข้าเรียนแท้ๆ แป๊บเดียว อะไรเนี่ย รับปริญญาละ
ยังสนุกไม่พอเลย คนที่ยังไม่จบก็คิดดูละกัน ก่อนจบอยากจะทำอะไร
สุดท้ายขอขอบคุณทุกๆ ท่าน พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน
ขอบคุณจริงๆ ครับ อย่าลืมไปชมภาพงานรับปริญญากันด้วยนะ แสดงความเห็นกันหน่อยก็ดี |
|||
|
|